20 วิธีตรวจสอบคุณภาพเว็บ

SEO คือพื้นฐานของคนมีเว็บควรทราบ

เหตุผลเพราะว่าเว็บไซต์ในโลกนี้มีมากมายนับไม่ถ้วน การแข่งขันเพื่อให้เว็บตัวเองถูกใจ Search Engine อย่าง Google จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เว็บถูกการค้นหาได้ง่าย และอยู่ในอันดับต้นๆ หรือที่เราเรียกว่า SEO (Search Engine Optimization)

ไม่ว่าเว็บของคุณจะสร้างเอง หรือว่าจ้างคนภายนอกมาพัฒนาเว็บให้ เราก็สามารถตรวจสอบเว็บของเราได้ว่า มีคุณภาพแค่ไหน ถูกใจ Search Engine อย่าง Google หรือเปล่า บางวิธี อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยในการตรวจสอบ ซึ่งสามารถหาเครื่องมือผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ฟรี ได้

20 วิธีตรวจสอบเว็บคุณภาพเว็บ

  1. Title Tag
    หมายถึง ชื่อของหน้าเพจ ปกติจะเห็นได้จากเวลาทำ Bookmark และเป็นการบ่งบอกให้ Search Engine ทราบว่าหน้าเพจนี้คืออะไร เพื่อให้สามารถกำหนดเป็น Index ของเว็บ
  2. Meta Description
    เป็นคำอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมของหน้าเพจว่า คืออะไร เป็นรายละเอียดที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากหน้าเพจโดยตรง จะต้องเข้าผ่านดูใน code ของเว็บ สามารถคลิกขวาที่หน้าเพจนั้นๆ จากนั้นเลือกหัวข้อ “View page souce” (Chrome Browser)
  3. Google Preview
    เพื่อให้การแสดงผลเวลาค้นหาผ่าน Google Seach Engine ได้ผลลัพธ์ที่อ่านแล้วเข้าใจ เราจำเป็นจะต้องตระเตรียมข้อมูลให้ถูกต้อง และครอบคลุมรายละเอียดของเว็บเพจนั้นๆ ให้มากที่สุด
  4. Headings
    เป็นการกำหนดความสำคัญของ “หัวข้อ” ให้มีขนาดต่างๆ เช่น H1, H2, H3, H4 และ H5 เพื่อให้ Search Engine เข้าใจว่า หน้าเพจของเรานั้น คืออะไรและต้องการสื่ออะไร
  5. Content Analytics
    เป็นการตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหาบนเว็บเพจว่า มีเนื้อหาและข้อความใดที่เกี่ยวเนื่องกับ Keyword ที่ใช้สำหรับการค้นหาเว็บเพจนั้นๆ เพื่อเป็นการเน้นย้ำว่า เว็บเพจหน้านั้นๆ ต้องการสื่อสารอะไรกับผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
  6. Robot.Txt
    ไฟล์ที่ใช้สำหรับแจ้งให้ทาง Search Engine ว่า อนุญาติให้เข้าถึงข้อมูลส่วนใดบ้้าง บางไฟล์ บางโฟลเดอร์อาจไม่จำเป็นต้องให้ Search Engine เข้าไปเก็บข้อมูล เพราะอาจเป็นไฟล์ที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลบนเว็บ
  7. XML Sitemap
    เป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูล URL ของเแต่ละหน้้าเว็บ เพื่อให้ Search Engine เข้าถึงเว็บได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว เป็นไฟล์ที่จำเป็นต้องมีบนทุกๆ เว็บ แต่ต้องระวังขนาดไฟล์จะต้องไม่ใหญ่เกินไป ต้องถูกกฏการสร้าง sitemap อีกด้วย
  8. URL Parameter
    อีกหนึ่งที่ Google ตรวจสอบ นั่นคือ URL ซึ่งกรณีมีการใส่ค่าหลัง URL ไม่ว่าอะไรก็ตาม และมีหน้าเพจ รองรับ Google จะถือว่าเป็นหน้าเพจใหม่ การใส่ URL ในส่วนนี้ ก็ควรให้มีความหมายเช่นกัน
  9. HrefLang Tag
    คือ Tag ใหม่ที่เกิดขึ้นใน HTML5 ใช้สำหรับการกำหนดว่า ภาษาหลักของเว็บคือภาษาอะไร ใช้กรณีที่มีหลายภาษา และมีผลกับการทำ SEO เช่นกัน
  10. Broken Link
    วิธีใช้สำหรับการตรวจสอบว่า มีลิงค์หรือ URL ไหนบ้างที่ไม่ถูกต้อง หมายถึงมีลิงค์ และไม่มีเพจรองรับ (Error URL) นั่นเอง
  11. Underscore URL
    หมายถึงการสร้าง URL ไปยังอีกหน้าเพจ ที่มีการใช้ขีดล่างหรือ “_” หรือไม่ โดยปกติแล้ว Google จะคิดว่า Hyphen “-” คือการแบ่งคำ แต่ถ้าเป็นขีดล่าง จะหมายถึงเป็นคำเดียวกัน ดังนั้น การใช้ขีดล่างหรือ Underscore จึงไม่มีความจำเป็น
  12. Mobile Frindliness
    อีกหนึ่งสำคัญในการพัฒนาเว็บในปัจจุบัน ต้องสามารถรองรับการแสดงผลบนหน้าจอสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แสดงในลักษณะย่อเล็กลง ซึ่งผลคือ ไม่สามารถอ่านได้ด้วยตาเปล่า จะต้องมีการขยายหน้าจอ ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงเว็บแบบไม่เหมาะสม
  13. Plugins
    อีกหนึ่งตัวช่วยในการพัฒนาเว็บให้สวยงามและมีลูกเล่น แต่ในความเป็นจริง Google ต้องการเว็บเพจที่เรียบง่าย เข้าถึงได้เร็ว และมั่นใจว่า จะสามารถเปิดได้ในทุกๆ Web Browser ตัวอย่าง Plugins ที่อาจส่งผลกระทบได้แก่ Java, Silverlight หรือ Flash
  14. Font size
    ขนาดของตัวอักษรที่แสดงบนหน้าเว็บ จะต้องใหญ่มากพอที่จะสามารถมองและอ่านได้ง่าย ขนาดอย่างน้อยควรเป็น 12 ฟิกเซลหรือใหญ่กว่า
  15. AMP
    เครื่องมือประเภท Open Source (ใช้งาฟรี) Library ที่สามารถนำไปพัฒนาบนเว็บ เพื่อให้การแสดงผลหน้าเว็บแบบเห็นได้ทันที (Real time) ซึ่งส่งผลดีอย่างมากในการทำเว็บ
  16. SSL Secure
    ระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บ ซึ่งปัจจุบัน เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกเว็บต้องมี นั่นคือ จะต้องใช้ URL ของเว็บที่ขึ้นต้นด้วย “Https://” แทน “Http://”
  17. Favicon
    มาจากคำว่า Favotrit + Icon คือไอคอนขนาดเล็ก ใช้สำหรับแทนตัวตนของบริษัทหรือเว็บไซต์ อาจใช้ Logo แทนได้ แต่จะต้องสร้างให้ถูกต้องตามหลักของ Favicon โดยปกติจะมีขนาด 16 x 16 ฟิกเซล
  18. Error 404 Page
    มีความเป็นไปได้สูงว่า เวลาเข้าเว็บไซต์ อาจจะมีการสร้างลิงค์ผิด หรืออาจเกิดจากการพิมพ์ URL เว็บของเราผิดพลาด การสร้าง 404 Page เพื่อรองรับ จะช่วยให้เว็บดูมีคุณภาพมากขึ้น และลดปัญหาความไม่พอใจของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
  19. Backlink
    เป็นวิธีการตรวจสอบว่า มีเว็บเพจไหนบ้างที่มีการลิงค์กลับมาหาเรา ทั้งนี้ Search Engine เห็นว่า ถ้ามีเว็บลิงค์กลับมาเว็บไซต์ของเรามากเท่าไหร่ แสดงว่า เว็บของเราเป็นเว็บที่ได้รับความนิยม
  20. Social Profile
    นอกเหนือจากการทำเว็บแล้ว ก็เชื่อมต่อเว็บกับ Social Meida อย่าง Facebook / IG / Twiter รวมทั้ง Linked ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย

ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนส่วนสำคัญหลักๆ ที่เจ้าของเว็บ หรือผู้พัฒนาควรตระหนัก และพยายามหาทางปรับปรุงเว็บของตนเอง/ลูกค้า ให้มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ย่อมส่งผลดีกับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์และอาจเปลี่ยนกลายมาเป็่นลูกค้าของเราก็เป็นไปได้เช่นกัน

บางหัวข้อ อาจจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ทางด้านพัฒนาเว็บโดยเฉพาะ แต่ก็เชื่อมั่นว่า ถ้าเราต้องการเรียนรู้จริงๆ แล้ว ก็สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากมากนัก

Avatar

Mr. ONE - Admin

ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม