วิธีใช้งานโน๊ตบุ๊ค แบบคนไอที

โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว

เชื่อว่า คนอินเทรนด์อย่างเราๆ ต้องรู้จักคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้วอย่างโน๊ตบุ๊ค (Notebook) เป็นอย่างดีอยู่แล้ว บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า แล็ปท๊อปคอมพิวเตอร์ (Laptop Computer)

ซึ่งก็ขอให้เข้าใจว่า หมายถึง เรื่องเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คนที่มีอยู่แล้ว หรือคนที่กำลังจะซื้อ แต่ไม่มั่นใจว่า จะใช้งานเป็นหรือไม่ บทความนี้จะมาแนะนำการใช้โน๊ตบุ๊ค สำหรับมือใหม่ และคนที่ต้องการใช้งานได้อย่างมืออาชีพ

เนื่องจากคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมีความหลายมากอย่างมากในปัจจุบัน ดังนั้นก่อนอื่น เราจำเป็นต้องสำรวจคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของเราเสียก่อนว่า มีอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง และมีคุณสมบัติอย่างไร

คุณสมบัติพื้นฐานของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

  • ขนาดหน้าจอ
    โดยปกติ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จะมีหน้าจอขนาด 14 นิ้ว อาจมีขนาดเล็กบ้าง (13 นิ้ว หรือ 12 และ 11 นิ้ว) หรือใหญ่กว่าปกติ (15 นิ้ว 17 นิ้ว หรือแม้กระทั่ง 20 นิ้ว) ไปบ้าง ก็แล้วแต่ผู้ผลิต แต่ 14 นิ้ว คือมาตราฐานทั่วไป  การวัดจะวัดในแนวทแยงมุมน่ะครับ
  • ประเภทหน้าจอ
    เป็นหน้าจอปกติ หรือหน้าจอแบบสัมผัส  ปัจจุบันมีหน้าจอแบบสัมผัสออกมาให้เห็นมากขึ้น เพื่อให้รองรับการทำงานอย่างสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะกับระบบปฏิบัติการ Windows 8 ขึ้นไป
  • พอร์ตต่างๆ ในการเชื่อมต่อ
    ดูให้ดีว่า สามารถนำคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอะไรได้บ้าง ผ่านพอร์ตไหน เช่น USB / HDMI / VGA เป็นต้น นอกจากนี้บางรุ่น ยังมีช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำที่ใช้สำหรับกล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
  • แบตเตอรี่
    ดูขนาด ความจุ เพื่อจะได้ประเมินได้ว่า สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียบไฟได้นานเท่าไหร่ ส่วนใหญ่อย่างน้อยสุดก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างต่ำ 3-4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ยกเว้นใช้ไปนานๆ แบตฯ เสื่อม ก็อาจใช้งานได้แค่ 1 ชั่วโมงหรืออาจไม่ถึง
  • ดิสก์สำหรับเก็บข้อมูล
    ดิสก์รุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่เป็น ฮาร์ดดิสก์ มีความจุสูง แต่ความทนานไม่มากเท่ากับดิสก์สมัยใหญ่อย่าง SSD ซึ่งสามารถใช้งานได้ทนทานกว่า แถมมีขนาดเล็ก และความเร็วในการทำงานดีกว่าฮาร์ดดิสก์มาก ราคาก็แพงกว่า เช่นกัน  ปัจจุบัน มีการนำฮาร์ดดิกส์ และ SSD มาผสมผสานกัน เรียกว่า Hybrid ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ได้ความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น

วิธีการใช้งานโน๊ตบุ๊คอย่างมืออาชีพ

  1. ปุ่มเปิด-ปิด
    ลองหาปุ่มเปิดปิดว่าอยู่ตรงไหน แต่ส่วนใหญ่มักอยู่ด้านขวาด้านบน กรณีคอมพิวเตอร์ค้าง ไม่สามารถทำอะไรได้ สามารถกดปุ่มเปิด-ปิดค้างไว้สัก 3-5 วินาที คอมพิวเตอร์จะปิดตัวลงอัตโนมัติ  ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องค้างได้
  2. ระวังปุ่ม Caps Lock
    ปุ่มนี้ อาจทำให้เราสับสนในการทำงานพอสมควร เพราะถ้าเผลอกดไป อาจทำให้พิมพ์งานไม่ได้ดังใจ ปุ่ม Caps Lock จะเป็นการพิมพ์ให้ได้ตัวอักษรใหญ่ในภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเป็นภาษาไทย จะหมายถึงตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านบนของปุ่มนั้นๆ เช่น ปุ่ม ด เด็ก ถ้ากด Caps Lock จะเป็นการพิมพ์ สระโอ เป็นต้น
  3. ปุ่ม Scroll Lock
    อีกหนึ่งปุ่มที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ หรือคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ค หลายคนเผลอไปกด การใช้งานคอมฯ ก็เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม  อยากให้ทดสอบการใช้ปุ่ม Scroll Lock กับ Microsoft Excel แล้วคุณจะเข้าใจได้อย่างท่องแท้  สำหรับความหมายของการใช้ปุ่ม Scroll Lock ก็คือ กรณีไม่ได้กดปุ่ม Scroll Lock เวลาเลื่อนลูกศร ซ้าย ขวา บน ล่าง จะเป็นการเลื่อนเซลไปทีละเซล แต่ถ้าลองกดปุ่ม Scroll On จะเป็นการเลื่อนทั้งหน้าจอของชีท (Sheet) แทน อย่างที่บอก ให้ลองกดปุ่ม เปิด-ปิดดูน่ะครับ
  4. จำให้ดีปุ่ม Windows Logo + P
    เวลาเราต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Projector เพื่อนำเสนอข้อมูล บางครั้งอาจต่อสายเข้ากับอุปกรณ์โน๊ตบุ๊คผ่านพอร์ต VGA หรือพอร์ต HDMI บางครั้งก็ยังไม่สามารถแสดงผลได้ทันที เราอาจจำเป็นต้องกดปุ่ม Windows Logo และกดปุ่ม P แล้วเราจะพบหน้าต่างให้เลือกแสดงผลว่า จะแสดงแบบสองหน้าจอพร้อมกัน หรือแสดงเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดูเป็นมืออาชีพดีน่ะครับ
  5. เรื่องของแบตเตอรี่
    ถ้าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คค้าง ปิดก็ไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ มีอีกหนึ่งวิธีคือ ต้องทำให้แบตฯ หมดเสียก่อน แต่ถ้ามีปัญหาอย่างนี้จริงๆ แนะนำให้ถอดแบตออกมา รอสักครู่ และใส่กลับเข้าไปใหม่ ก็จะสามารถใช้งานได้ต่อ ปัญหานี้ เกิดขึ้นไม่บ่อยเท่าไหร่ แต่ก็เคยเจอหลายครั้งเหมือนกัน ใครมีปัญหา ลองนำไปทดสอบดูครับ
  6. วิธีเสียบปลั๊กไฟ
    เคยไหมที่เสียบปลั๊กไฟคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คแล้วเกิดไฟแล็ป หลายคน ก็ไม่ค่อยกล้าเสียบ ปัญหานี้จะหมดไป  ถ้าคุณเสียบปลั๊กไฟที่ปลายทางเข้ากับปลั๊กไฟตามบ้านก่อน จากนั้นจึงเสียบปลั๊กเข้าไปคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค รับรองไม่มีประกายไฟแน่นอน

ท้ายสุดนี้ อาจแนะนำเพิ่มเติมการใช้งานแบตฯ บนโน๊ตบุ๊ค คนส่วนใหญ่เวลาใช้งานโดยเฉพาะตามสำนักงาน เวลาจะเปิดโน๊ตบุ๊คที ต้องเสียบปลั๊กไฟทุกครั้ง ซึ่งวิธีที่ถูกแล้ว เราควรมีการใช้งานโดยไม่ต้องเสียบไฟด้วยก็ได้ เพื่อเป็นการบริหารการใช้แบตฯ บ้าง แต่ห้ามใช้จนกระทั่งแบตฯ หมดจน 0% เลยน่ะครับ ให้เหลืออย่างน้อยสัก 10-20% ก็พอ จากนั้นจึงเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟต่อไป ว่ากันว่าจะช่วยยืดอายุของแบตฯ ได้อีกด้วย

Avatar

Mr. ONE - Admin

ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม