4 เครื่องมือทรงพลังในการทำการตลาด

Digital Marketing Tools

มือเก่า มือใหม่หัดทำการตลาด ต้องรู้!

ถ้าพูดถึงการทำการตลาดในปัจจุบัน การตลาดออนไลน์ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจเป็นอันดับต้นๆ เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย ทุกเชื้อชาติ และที่สำคัญสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

ทำการตลาดควรทำกับใคร

สืบเนื่องด้วย คนส่วนใหญ่ เวลาต้องการค้นหาสินค้าหรือบริการ มักจะค้นหาผ่าน Google Search Engine ทางเว็บไซต์ออนไลน์ www.google.com ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่จะตัดสินใจว่า เราควรทำการตลาดผ่าน Google และถ้าจะให้ดี เราควรทำความรู้จัก 4 เครื่องมือทรงพลังจาก Google ที่จะช่วยให้ร้านค้าของคุณ สามารถถูกค้นพบได้อย่างง่ายดาย ถ้ายังคิดไม่ออก ทำอย่างไร มาร่วมหาคำตอบได้จากบทความนี้กันเลยครับ

4 เครื่องมือทรงพลังจาก Google

  1. Google My Business
  2. Google Ads
  3. Google Adsense
  4. Google Analytics

Google My Business

เคยสังเกตุไหมว่า เวลาเราต้องการค้นหาสินค้าและบริการอะไรสักอย่างหนึ่ง เราจะพบรายชื่อร้านค้า พร้อมรายละเอียดที่อยู่ และที่สำคัญ มีแผนที่ในการเข้าถึงด้วย และลองคิดดูว่า ถ้าร้านค้าที่ถูกค้นหานั้น เป็นร้านของเราเอง จะดีมากขนาดไหม

ถ้าอยากให้ร้านค้าของเรา แสดงผลในการค้นหาของ Google ก็เพียงแค่ เข้าไปยัง Google My Business จากนั้น ก็จะทำการลงทะเบียน และหลังจากได้รับการตอบรับจาก Google คุณก็สามารถใส่รายละเอียด ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล เว็บไซต์ รูปภาพโลโก้ รูปภาพสินค้า รวมทั้ง กำหนดจุดในแผนที่ บน Google Map ว่า ร้านค้าของเรา อยู่ตำแหน่งไหน

เพียงเท่านี้ ร้านค้าของเรา ก็เป็นส่วนหนึ่งของร้านค้าบน Google ที่มีสิทธิ์ที่จะถูกค้นหาและแสดงผล เพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

Google Ads

เครื่องมือที่ช่วยในการโฆษณาสืนค้าและบริการของเรา เพียงแค่สมัครสมาชิกกับ Google Ads จากนั้น ก็สามารถเริ่มนำสินค้าและบริการมาโฆษณาได้ทันที โดยอาจจะมีค่าบริการ เมื่อมีการแสดงป้ายโฆษณาตามจำนวนที่กำหนดหรือ ค่าบริการเมื่อมีการคลิกป้ายโฆษณาของเรา ส่วนการชำระเงิน จะจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต

ข้อดีของการใช้บริการ Google Ads คือ สามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ สามารถเพิ่มจำนวนคนโทรหามากขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงร้านค้าผ่านแผนที่บน Google Map ได้เป็นอย่างดี และรวดเร็วมากที่สุด

ข้อควรทราบ การทำโฆษณาบน Google Ads จะใช้วิธีการประมูลคำค้นหาหลัก หรือ Keyword เป็นหลัก

Google Adsense

เครื่องนี้ ใช้สำหรับ website ที่ต้องการหารายได้พิเศษ โดยสามารถสมัครเพื่อเป็นพันธมิตรกับ Google และนำโฆษณาลูกค้าของ Google มาแสดงบนหน้าเว็บไซต์ของเรา จากนั้น ก็รอรับรายได้ที่จะส่งผ่านมายังบัญชีธนาคารของเราได้เลย เพียงแค่นำโค๊ตจาก Google มาทำการใส่บนเว็บไซต์ของเรา ระบบก็จะทำการสุ่มและนำป้ายโฆษณา มาทำการแสดงผลร้านค้าที่โฆษณาผ่าน Google Ads

Google Analytis

เครื่องมือระดับเทพ ที่จะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบสถิติรายละเอียดของผู้เข้าถึงเว็บไซต์ของเราแบบเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็น จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม ระยะเวลาที่เข้าเยี่ยมชม เข้ามาแล้วออกไปหน้าเว็บเพจไหนต่อ หรือออกจากหน้าเว็บเพจของเราทันที รวมทั้งรายละเอียดจำนวนผู้เยี่ยมชมมาจากประเทศไหน อายุเท่าไหร่ เพศชาย เพศหญิง สัญชาติอะไร และอื่นๆ อีกมากมายที่ Google Analytics สามารถค้นหาให้เราได้

เพียงแค่สมัครสมาชิกใช้บริการฟรี Google Analytics จากนั้น ก็สามารถโค๊ตมาแทรกในเว็บเพจของเรา จากนั้นรอให้ Google เก็บข้อมูล และเราก็สามารถเข้าไปดูสถิติจำนวนและรายละเอียดของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ ทั้งนี้ ทำให้เราสามารถประเมินเว็บไซต์ของเราได้ว่า ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

สรุปแบบฟันธงได้เลยว่า 4 เครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์ข้างต้น เป็นทางเลือกที่ทุกคนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ จำเป็นจะต้องรู้จักและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน แต่สำหรับเจ้าของกิจการใดที่ไม่อยากเสียเวลาในการจัดการสิ่งต่างๆ ข้างต้น ก็สามารถเลือกหาบริษัทที่ช่วยในการจัดการผ่านออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน