วิธีแก้ปัญหา Windows บูทช้ามาก

Startup Apps Windows 10

อะไรทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าๆ

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หรือบ้างครั้งก็เครื่องแฮ้งค์ไปเลย นั่นคือ พื้นที่ในการทำงานบน drive C: ไม่เหลือ หรือเหลือน้อยมาก น้อยกว่า 1GB ซึ่งปัญหานี้ส่งผมลทำให้ Windows ไม่สามารถทำงานได้ แนวทางแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออก หรือย้ายไฟล์ไปอยู่ drive อื่นๆ เช่น drive D: (ถ้ามี)

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาในบทความนี้ จะมาแนะนำอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้คอมฯ ทำงานช้าได้ นั่นคือ โปรแกรมที่มีการเปิดเริ่มต้น หรือ Startup Apps ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เปิดในหลังจากการบูทเข้าระบบปฏิบัติการ Windows ก่อนหน้าที่เราจะสามารถใช้งานได้ ถ้ามีการเปิดมาก ก็จะทำให้การเริ่มต้นใช้งานได้ช้าลง แถมโปรแกรมเหล่านั้น อาจทำให้หน่วยความจำในการประมวลผลลดลง ทำให้ภาพรวมคอมฯ ของเรา ก็ช้าลงตาม

วิธีแก้ไข Windows บูทช้า

  1. เข้าแบบลัดๆ โดยกดปุ่ม โลโก้ Windows ค้างไว้ และกดตัวอักษร S
  2. จะพบหน้าต่างค้นหา (Search)
  3. ให้พิมพ์คำว่า Startup Apps
  4. จะพบหน้าต่าง Startup และมีรายชื่อแอปต่างๆ แสดงผล (คอมฯ แต่ละเครื่องอาจมีรายชื่อมากน้อยแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นกับแอปที่มีการติดตั้งเพิ่มเติม)
  5. ด้านหลังของชื่อ App ถ้ามีคำว่า “On” แสดงว่ามีการโหลดตอนบูท
  6. ถ้าเป็น “Off” แสดงว่า ไม่มีการโหลด (ซึ่งจะไม่มีผลกับความเร็วของเครื่อง)
  7. เราสามารถเลือก App และคลิกเพื่อให้เปลีย่นเป็น Off ได้

แนะนำว่า ถ้าจะเลือกปิด App ตัวไหน ขอให้เลือก App หรือโปรแกรมที่เรามีการติดตั้งเพิ่มเติม จะมั่นใจได้ว่า ไม่ส่งผลกระทบการทำงานของระบบปฏิบัติการ Windows แต่อย่างไรก็ตาม กรณีมีปัญหา เราก็สามารถกลับมาแก้ไขเปลี่ยนจาก Off เป็น On ใหม่ได้เช่นกัน

อีกอย่าง เราสามารถดูว่า impact ถ้ามีคำว่า High / Medium / Low ให้เลือก High ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงกับการบูทของ Windows ส่วน Low ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนก็ได้

สิ่งสำคัญ หรือยังมีการปรับค่าแล้ว จะต้อง Restart Windows ใหม่ทุกครั้ง ถึงจะส่งผลกับการตั้งค่าที่เราได้มีการเปลี่ยนแปลงไป

ทิปนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ไขปัญหา Windows ทำงานช้าลง เท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีหลายๆ วิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ ขึ้นกับการใช้งานของแต่ละบุคคล