เจาะลึกประเภทโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ทำความรู้จักประเภทของโปรแกรม

ในบทความที่ผ่านมา ได้เคยแนะนำแล้วว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์มี 2 ประเภทหลัก คือ ระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมการใช้งานทั่วไป อย่างเช่น โปรแกรม Microsoft Office, Adobe Photoshop เป็นต้น แต่คุณทราบหรือไม่ว่า โปรแกรมการใช้งานทั่วไปยังมีการแยกย่อยเป็นเป็นหลายๆ ประเภท

ทั้งนี้ขึ้นกับความสามารถของโปรแกรม เช่น โปรแกรมสำหรับตัดต่อหนัง โปรแกรมดูหนัง ฟังเพลง โปรแกรมแอนตี้ไวรัส หรือแม้กระทั่งโปรแกรมกู้ข้อมูล เป็นต้น และที่สำคัญ โปรแกรมนั้นๆ รองรับการกับใช้งานระบบปฏิบัติการไหนได้บ้าง เช่น บางโปรแกรมอาจติดตั้งและใช้งานได้บน Windows แต่ไม่สามารถติดตั้งได้บน Mac OS เป็นต้น

type of software

โปรแกรมฟรี หรือเสียเงิน

โปรแกรมโดยทั่วไป เราจำเป็นจะต้องซื้อ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการใช้งาน โดยเจ้าของโปรแกรมมักจะมีการล็อคการใช้งาน ไม่ให้มีการ copy ไปใช้เครื่องคอมฯ อื่นๆ ได้ การล็อคการใช้งาน สามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่นิยม ก็คงหนีไม่พ้น การใส่ Serial Number หรือ License Number หรือ Product Key ทั้งนี้ ก็ขึ้นกับผู้พัฒนาจะเรียกว่าอะไร แต่ในความหมายแล้ว เหมือนกันทุกประการ

Serial Number อาจเป็นไปได้ว่า จะเป็นตัวอักษร ตัวเลข หรือตัวเลขปนตัวอักษร

โปรแกรมฟรี มีหรือเปล่า

นอกเหนือจากโปรแกรมเสียเงินแล้ว ผู้พัฒนาบางคน อาจพัฒนาโปรแกรมและแจกให้ใช้ฟรีก็มีเหมือนกัน ดังนั้น เรามาเรียนรู้กันสักนิดว่า โปรแกรมฟรี โปรแกรมเสียเงิน มีชื่อและความหมายอะไรบ้าง

  • โปรแกรมลิขสิทธิ์ (License)
    หมายถึง โปรแกรมที่ต้องซื้อ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการใช้โปรแกรม บางโปรแกรมอาจมีอายุการใช้งาน เช่น โปรแกรมแอนตี้ไวรัส มักจะมีอายุการใช้งาน 1 ปี หลังจากนั้น ต้องต่ออายุเป็นรายปี
  • โปรแกรมฟรีแวร์ (Freeware)
    หมายถึง โปรแกรมที่ผู้พัฒนาใจดี พัฒนาให้ใช้งานได้ฟรี อาจเป็นต้องผู้พัฒนาต้องการมีชื่อเสียง หรืออาจเป็นเพราะต้องการแก้ไขปัญหาให้เพื่อนร่วมโลกได้ใช้กัน
  • โปรแกรมแชร์แวร์ (Shareware)
    หมายถึง โปรแกรมที่ผู้พัฒนาอนุญาติให้ใช้งานได้ฟรี แต่อาจมีการจำกัดคุณสมบัติบางอย่าง หรือ มีกำหนดอายุการใช้งาน เช่น 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน เป็นต้น เปรียบเสมือนโปรแกรมให้ทดลองใช้ ถ้าถูกใจ ค่อยซื้อ

อีกประเภทหนึ่งของโปรแกรมคือ Open Source ซึ่งหมายถึงโปรแกรมที่ผู้พัฒนาอนุญาติให้ผู้พัฒนารายอื่นๆ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ แต่ห้ามจำหน่าย ทั้งนี้ โปรแกรม Open Source เรายังสามารถนำไปใช้งานได้ฟรี เช่นเดียวกันกับฟรีแวร์

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเลือกใช้โปรแกรมไหนๆ ก็ต้องควรระวังให้ดี เพราะผู้ไม่ประสงค์ดี อาจพัฒนาโปรแกรมที่แฝงด้วยไวรัส และสปายเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของเราได้

ดังนั้น วิธีการเลือกดาวน์โหลดโปรแกรมมาใช้งาน แนะนำให้เลือกดาวน์โหลดโปรแกรมที่มีคนใช้งานจำนวนมากๆ เพราะเชื่อว่า ได้ผ่านการทดสอบจากคนส่วนใหญ่มาแล้ว ขอให้มีความสุขและสนุกกับการใช้คอมพิวเตอร์ก็แล้วกัน..

Avatar

Mr. ONE - Admin

ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม